รถไฟฟ้า EV เริ่มเป็นที่นิยมในไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยรุ่นใหม่ราคาถูกลงทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่หลายคนยังสงสัยว่าค่าชาร์จไฟฟ้าจริงๆ แล้วถูกกว่าน้ำมันจริงไหม คุ้มค่าขนาดไหน มาคำนวณให้ดูชัดๆ
ชาร์จที่บ้านถูกแค่ไหน
การชาร์จที่บ้านถูกที่สุด ใช้ไฟบ้านปกติ ค่าไฟประมาณ 4-5 บาท/kWh คิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 0.50-0.80 บาท/กม. ในขณะที่รถเบนซินเฉลี่ย 2.50-3.50 บาท/กม. ถ้าขับ 1,500 กม./เดือน รถเบนซินค่าน้ำมันประมาณ 3,750-5,250 บาท แต่ EV ชาร์จบ้านค่าไฟแค่ 750-1,200 บาท ประหยัดกว่า 3-5 เท่า สมมติ ขับรถ BYD Atto 3 ใช้ไฟ 15 kWh/100km ค่าไฟบ้าน 4.5 บาท/kWh จะใช้ค่าชาร์จ 0.675 บาท/กม.
ชาร์จสาธารณะราคาเท่าไหร่
สถานีชาร์จสาธารณะมีราคาตั้งแต่ 6-9 บาท/kWh ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ เช่น EA Anywhere, PEA Volta, PTT EV Station ชาร์จเร็ว DC แพงกว่าชาร์จช้า AC ยังคงถูกกว่าน้ำมันแต่แพงกว่าชาร์จที่บ้านประมาณ 1.5-2 เท่า ถ้าใช้ชาร์จสาธารณะเป็นหลัก ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1.00-1.50 บาท/กม. ก็ยังประหยัดกว่าน้ำมันมาก
จุดชาร์จในไทย
ปัจจุบันไทยมีจุดชาร์จกว่า 5,000 จุดทั่วประเทศ และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระจายอยู่ตามปั้มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า คอนโด และจุดจอดรถสาธารณะ EA Anywhere ของพลังงานบริสุทธิ์มีเครือข่ายใหญ่สุด ตามด้วย PEA Volta ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ PTT EV Station ของ ปตท.
ต้นทุนรวมเปรียบเทียบ 5 ปี
ถ้าเทียบต้นทุนรวม 5 ปี ระหว่างรถ EV ราคา 1 ล้านบาท กับรถเบนซินราคา 7 แสนบาท ส่วนต่างราคารถ 3 แสนบาท แต่ค่าเชื้อเพลิง 5 ปี EV ประหยัดกว่าประมาณ 150,000-200,000 บาท ค่าบำรุงรักษา EV ถูกกว่าอีกประมาณ 30,000-50,000 บาท (ไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง หัวเทียน) รวมแล้ว EV อาจคุ้มทุนได้ภายใน 3-5 ปี
ข้อควรพิจารณา
แม้ค่าพลังงานจะถูกกว่า แต่ต้องพิจารณาเรื่องค่าเสื่อมแบตเตอรี่ในระยะยาว ราคาขายต่อที่ยังไม่แน่นอน และโครงสร้างพื้นฐานจุดชาร์จในต่างจังหวัดที่ยังไม่ครอบคลุมเท่าปั้มน้ำมัน
สรุปเรื่อง EV กับค่าน้ำมัน
ค่าพลังงานของ EV ถูกกว่าน้ำมันอย่างชัดเจน 3-5 เท่า ถ้าชาร์จที่บ้านเป็นหลักจะคุ้มค่าที่สุด สำหรับคนที่ขับเยอะในเมือง EV เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน


